วัดโนนสว่าง

ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง
จ.เลย 42130

โทร.  085-646-5259

ประวัติ

Written by Admin
Hits: 731

ประวัติการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์

พระธรรมวราลังการ  (หลวงปู่ศรีจันทร์ วัณณาโภ)

................................................................

 

 

                เมื่อปี  พ ศ. 2535  มีคณะศรัทธาญาติโยมจากกรุงเทพ ฯ มาทอดกฐินที่วัดโนนสว่าง  อีกทั้งชาวบ้านโนนสว่าง และชาวบ้านใกล้เคียงในเขตอำเภอวังสะพุงตั้งกองผ้าป่าสามัคคีสมทบ ได้ปัจจัยจากการทอดถวายองค์กฐินและผ้าป่า เป็นจำนวนเงิน  300,000 บาท และในปี  พ ศ. 2536  คณะศิษย์ชาวบ้านโนนสว่าง และชาวอำเภอวังสะพุง ได้ไปขอกราบนิมนต์หลวงปู่ โดยคณะลูกศิษย์วัดโนนสว่าง   ตำบลศรีสงคราม  อำเภอวังสะพุง   จังหวัดเลย ได้พร้อมกันจัดงานฉลองครบรอบอายุ  89  พรรษา ของหลวงปู่ที่วัดโนนสว่าง  เพื่อให้ลูกศิษย์ชาวอำเภอวังสะพุงได้มีโอกาสได้ถวายการสักการบูชาหลวง และปี  2536  ในการประชุมเพื่อเตรียมการจัดงานครั้งนั้นคณะศิษย์และชาวบ้านโนนสว่าง  ได้มีมติในที่ประชุมว่าหลังจากการจัดงานในครั้งนี้เราควรจัดสร้างอนุสรณ์สถานของหลวงปู่ไว้ที่วัดโนนสว่างแห่งนี้ ซึ้งเป็นวัดที่หลวงปู่ได้สร้างขึ้นที่บ้านเกิดของท่าน คณะศิษย์พร้อมชาวบ้านโนนสว่างจึงได้ไปขออนุญาตหลวงปู่จัดสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ขึ้น  โดยได้นำแบบแปลนมาจากเจดีย์พิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่คำดี  ปภาโส  วัดถ้ำผาปู่  มาเป็นต้นแบบในการก่อสร้างโดยตั้งงบประมาณตามต้นแบบเดิมเอาไว้   13   ล้านบาท

 

                การดำเนินการก่อสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่ศรีจันทร์  วัณณาโภ    ทางคณะศิษย์ได้ถือเอาฤกษ์ในวันที่   16  กุมภาพันธ์  พ ศ.  2536   เวลา  09.30 น. เป็นวันวางศิลาฤกษ์  โดยหลวงปู่ศรีจันทร์  วัณณาโภ  เป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์  และมีนายปรีชา  ทับทง  นายอำเภอวังสะพุง   (นายอำเภอครั้งนั้น)  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  ในการวางสิลาฤกษ์   การดำเนินการก่อสร้างได้คุณตาสงบ  เหตุเกต  และตาประสม  จำศักดิ์เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้าง  การก่อสร้างได้ไม่นานก็ต้องหยุดงักลงเนื่องจากทางวัดขาดปัจจัยในการใช้จ่ายเป็นค่าอุปกรณ์ในการก่อสร้าง  ต่อมาปี  พ ศ.   2537   เป็นปีที่หลวงปู่มีอายุครบรอบ  90   พรรษา  ทางวัดศรีสุทธาวาส  (วัดเลยหลง) ได้จัดงานฉลองอายุ และฉลองพัดยศที่หลวงปู่ได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นที่พระธรรมวราลังการ  นายวิมล  จันทิหล้า (อาจารย์แป๊บชี้)  ได้ไปขออนุญาตหลวงปู่จัดสร้างวัตถุมงคล  เพื่อจะได้ให้ลูกศิษย์เก็บไว้บูชาและนำรายได้ทั้งหมดในครั้งนี้มาเป็นงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ต่อไปให้แล้วเสร็จ หลวงปู่จึงได้เมตตาอนุญาตให้สร้าง โดยให้ชื่อวัตถุมงคลรุ่นนี้ว่า  รุ่น  90  ขวานฟ้า  โดยหลวงปู่ได้นำเอาขวานที่ได้เกิดจากการผ่าของฟ้าที่องค์ท่านเก็บรักษาเอาไว้ ซึ่งครูบาอาจารย์สมัยก่อน (หลวงปู่ขาว ปู่หลุย  ปู่ชอบ ) ท่านมีความเชื่อว่าของเก่าแก่นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง  ให้มาเป็นฉนวนผสมลงในเนื้อวัตถุมงคลรุ่นนี้  และการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนั้นได้นิมนต์ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานจำนวน  90  องค์มาแผ่เมตตาจิตโดยมีองค์หลวงปู่เป็นองค์ประธานใน และการจัดสร้างวัตถุมงคลในครั้งนั้นมีนายวิมล   จันทิหล้า เป็นผู้จัดหางบประมาณโดยมีวัตถุมงคลทั้งหมดดังนี้  รุ่น  90  ขวานฟ้า  เป็นเนื้อทองคำ   39  เหรียญ   เนื้อเงิน   2500   เหรียญ   เนื้อโลหะ  5000  เหรียญ   รุ่นสมเด็จ  90  หลวงปู่ศรีจันทร์  1000   องค์  รูปเหมือนใบโพธิ์หลวงปู่ไม่รู้จำนวน  มีพิธีพุทธาภิเษกที่วัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) ในวันที่   16   มกราคม   พ ศ.   2537  ตลอดคืน  ก่อนงานฉลองอายุหลวงปู่  และได้จัดให้เช่าบูชาในวันงานฉลองอายุ และงานสมณศักดิ์พัดยศหลวงปู่  17 18  มกราคม  พ ศ.  2537  ได้เงินจากการจัดให้เช่าวัตถุมงคลครั้งนั้น หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วได้ปัจจัยทั้งหมด   2,500,000  บาท  (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) จึงได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาดำเนินการก่อสร้างเจดีย์ ฯ ต่อโดยหลวงปู่ได้มอบหมายให้นายวิมล  จันทิหล้า  เป็นผู้ดูแลควบคุมในการก่อสร้างแทนกรรมการชุดเดิม  อยู่ต่อมาทางคณะกรรมการวัดโนนสว่าง ชาวบ้านได้ปรึกษาหารือกันว่าถ้าจะก่อสร้างต่อตามรูปแบบแปลนเดิม (เจดีย์หลวงปู่คำดี) คงต้องใช้เวลาและงบประมาณมาก จึงมีข้อสรุปในที่ประชุมว่าควรปรับโครงสร้างแปลนใหม่ จึงได้ขออนุญาตจากหลวงปู่เพื่อแก้ไขแบบแปลนใหม่  หลวงปู่อนุญาตการก่อสร้างรอบสองจึงได้เริ่มขึ้นโดยทำโครงสร้างจนถึงยอดด้วยการได้งบประมาณมาจากการเช่าบูชาวัตถุมงคล  รุ่น  90   ขวานฟ้า และอื่น ๆ  เรื่อยมาเป็นช่วง ๆ บางครั้งก็มีการหยุดไปบ้างเพราะในส่วนจัดหางบประมาณไม่ทันเป็นค่าอุปกรณ์  และมีการดำเนินการมาเรื่อยจนการก่อสร้างแล้วเสร็จในส่วนของโครงสร้างและยอดเจดีย์ ฯ  บางส่วนได้ลงสีทองเอาไว้ ในปี  2538  นี้ ทางคณะกรรมการศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้างรูปเหมือนขนาด  2  เท่าตัวองค์จริงของหลวงปู่ศรีจันทร์เพื่อประดิษฐ์ไว้ภายในเจดีย์ ฯ ชั้นบน  ใช้เงินในการสร้างรูปเหมือนจำนวน  300,000  บาท  โดยทำการหล่อและแผ่เมตตาจิตที่บริเวณวัดโนนสว่างข้างศาลาการเปรียญด้านทิศใต้  ปี  2539  หลวงปู่ได้มีการจัดงานยกฉัตรและบรรจุพระบรมสาลีริกธาตุในระหว่างวันที่  17 18  พฤษภาคม  พ ศ.  2539   ในการประกอบพิธีบรรจุพระบรมพระสาลิริกธาตุ และยกฉัตรขึ้นบนยอดเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ศรีจันทร์  วัณณาโภ  18  พฤษภาคม  2539 ในวันนั้นมีผู้คนมาร่วมงานประมาณเกือบ 2000 คนวันนั้นมี พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  หลวงปู่ศรีจันทร์ วัณณาโภ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์มีพระเถรานุเถระเข้าร่วมพิธีจำนวน 9  รูปพร้อมทั้งพระภิกษุสามเณรที่มาร่วมงาน แต่พอเริ้มประกอบพิธียกฉัตร และพระบรมพระสาลีริกธาตุ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน วันนั้นเวลาราว 10.00 น. ถึง 11.00 น.  ท้องฟ้าสว่างแดดแรงแต่ผู้คนก็ไม่มีใครบ่นว่าร้อนเลย แต่ต่อเมื่อฉัตรได้ถูกดึงด้วยเชือกจากแรงดึงของผู้คนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนหลายร้อยคน ฉัตรลอยตามเส้นสลิงที่ขึงไว้รองรับน้ำหนักของฉัตร  ก็มีเหตุกาลเกิดพายุลมฝนขึ้นท้องฟ้ามืดไปด้วยเมฆหมอกประกอบกลับลมแรงมาก มองตามฉัตรขึ้นไปบนยอดเจดีย์ก็มีกลุ่มเมฆลอยผ่านเป็นระยะ ๆ โยมที่เป็นพราหมณ์ขึ้นไปเพื่อจะยกฉัตรตั้งบนยอดเจดีย์ เล่าว่าในขณะนั้นลมแรงมากแต่ก็ไม่มีใครเกิดความกลัวต่อเหตุกาลที่เกิดขึ้นนั้นเลย ครั้นประกอบพิธีเสร็จทุกอย่างก็เข้าสู่เหตุกาลปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี้คือความที่ผู้เขียนได้ประสบมาด้วยตนเองและเป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในการที่มีการประกอบพิธีสำคัญของเจดีย์ ฯ  แห่งนี้ และการก่อสร้างก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องโดยมีชาวบ้านผู้ที่มีศรัทธาตั้งกองผ้าป่ากฐินมาเป็นค่าก่อสร้างมีพระภิกษุสามเณรและอาจารย์กองไลย์  จันปิตุ  เป็นผู้ดูแลร่วมกัน และเจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง (พระครูชาติชาย)  ควบคุมดูแล จนเมื่อปี พ ศ. 2540  จึงได้แล้วเสร็จลง สิ้นงบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น  6,800,102  บาท  (หกล้านแปดแสนหนึ่งร้อยสองบาทถ้วน)  และได้จัดงานฉลองเจดีย์พิพิธภัณฑ์ในวันที่  4-5-6 กุมภาพันธ์  พ ศ.  2545  ในปี  2549  คณะศิษย์ได้ทำการแห่อัฐิธาตุหลวงปู่มาประดิษฐ์ไว้ให้ชาวอำเภอวังสะพุงและใกล้เคียงได้สักการบูชา และปรับปรุงให้ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงสิ่งของเก่าโบราญไว้เพื่อศึกษาหาความรู้ต่อไปโดยมีพระครูประภาศธรรมานันท์เป็นผู้ดูแลเก็บรักษา ฯ........